เกราะป้องกันใจ
เกราะป้องกันใจเป็นเหมือนตัวป้องกันไม่ให้บุคคลเปิดใจ สำหรับเปิดรับเรื่องใหม่ๆหรือรับใครที่เป็นคนแปลกหน้าเข้ามาในชีวิต ดังนั้นถ้าเราทลายก็ป้องกันใจของแต่ละบุคคลใดเราจะสามารถเข้าไปอยู่ในใจเขาได้ ถ้าเราต้องการ ทำสิ่งที่ท้าทายใหม่ๆ แต่ว่า ก็ป้องกันใจยังทำงานอยู่เราจะไม่สามารถเปิดรับสิ่งใหม่เข้ามาได้ และจะขังเราไว้ไม่ให้ก้าวออกไป
ดังนั้นถ้าเกิดเราสามารถทำลายเกาะป้องกันใจของคนอื่นได้เราจะสามารถเข้าไป ควบคุมหรือ ชักจูงคนอื่นได้เหมือนกัน
2 เทคนิคสำคัญในการสนทนาเพื่อทลายเกราะป้องกันใจ
เทคนิคที่ หนึ่ง กฎเมราเบียน คือเทคนิคในการสื่อสารที่ ถูกกำหนดโดย ความประทับใจจาก ต้องเห็นด้วยตา 55% จากการฟัง 18% ถ้อยคำ 7% ตามลำดับ และเป็นที่มาของคำว่า คนเราตัดสินกันที่ภายนอก
เทคนิคที่ สอง ลำดับความสำคัญของข้อมูล ซึ่งกำหนดไว้ดังนี้ 1. ใครเป็นคนพูด ถัดมาคือพูดเพื่ออะไร พูดอย่างไรและพูดอะไรตามลำดับ จะเห็นได้ว่า ใครเป็นคนพูดเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุด เหมือนกับสิ่งที่เรียกว่าถ้ามองเขา มีข้อดี ด้านอื่น ๆ ของเขาก็จะดีไปด้วย
ทลาย เกราะป้องกันใจด้วยการสร้างความประทับใจแรกพบ
ความปลอดภัย เราจะเปิดใจให้กับ คนที่ทำให้ตัวเองรู้สึก ปลอดภัย เหมือนกับ สัญชาตญาณของมนุษย์ถูกตั้งโปรแกรมมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์จนถึงเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก ซึ่งจะเห็นได้ว่านักกีฬาที่มีกล้ามโต เป็นที่ชื่นชอบมากกว่าคนหัวดีที่มีรูปร่างผอมแห้ง
2 เทคนิคในการทลายเกราะป้องกันใจตั้งแต่แรกพบ.
เทคนิคที่ หนึ่ง การรักษาจังหวะให้เข้ากับอีกฝ่าย ซึ่งเป็นการปรับความเร็วในการพูดให้เขากับอีกฝ่าย และต้องปรับจังหวะการพูดตอบให้ตรงกัน
เทคนิคที่ สอง ชิงเป็นฝ่ายแสดงความกังวลออกไปก่อน ซึ่งเป็นเหมือนการแสดงความกังวล ให้อีกฝ่ายรู้ก่อน หรือเรารู้ว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอย่างไรให้เราแสดงความกังวล ของมาก่อน จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเราคือพวกเดียวกัน
สิ่งที่คนเกลียดมากที่สุด
กลิ่นเหม็นคือตราบาป เมื่อเราต้องการพูดคุยกับ คนอื่นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ กลิ่นปาก ของเรา ถ้าเกิดว่าเรามีกลิ่นปากก็จะเป็น เหตุทำให้ คนที่เราพูดด้วยสร้างเกาะป้องกันใจ ดังนั้นเราต้องรู้จักหมั่นดูแลรักษาช่องปากหรือพบ ทันตแพทย์อยู่เป็นประจำ
สิ่งที่เรียกกลับมาไม่ได้ในการพบกันครั้งแรก
ในการพบกันครั้งแรก เราต้องสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่พบเจอถ้าเกิดว่าเราทำในสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ ก็จะทำให้ครั้งต่อไป มีปัญหา หรือไม่ราบรื่น พูดอย่างนึงก็คือ การเรียกชื่อให้สนิทสนม หรือ การแสดงความรู้สึกแบบเดียวกันกับ ผู้ที่เราพบเจอ เช่นการไปกินข้าวในร้านอาหาร เราควรแสดงความรู้สึกออกมาให้ ผู้ที่ไปด้วยเห็นว่าเรา มีความรู้สึกแบบเดียวกับเขา
วิธีสร้างความเข้าใจผิดให้อีกฝ่ายคิดว่าสนิทสนมกัน
เทคนิคที่ หนึ่ง ก็คือการเรียกชื่อเล่นนั่นแหละครับก็เพื่อให้อีกฝ่าย รู้สึกว่าเราสนิทสนม การสนิทสนมกันนั่นทำให้เจ้าตัว เข้าใจผิดว่า ตัวเองสนิทกับคน ๆ นี้ซึ่งเมื่อสนิทกันแล้ว เขาก็จะตอบแทนด้วยการเปิดเผยตนเอง เป็นหลักการตอบแทนซึ่งกันและกัน
การใช้คำเกริ่นนำให้เป็น เช่น ที่จริงมันเป็นความลับนะ ฟังแล้วอย่าบอกใครนะ เพราะเป็น………ถึงเล่าให้ฟังนะ และในการพูดคุยเราควรแสดงถึงเรื่องน่าอายนิดหน่อย เพราะว่า คนเรามักจะเกลียดคนที่สมบูรณ์แบบ หรือคนที่เนี้ยบ
การจงใจพูดผิดก็เป็นเทคนิค หนึ่ง ที่จะให้อีกฝ่าย พูดในสิ่งที่เป็นข้อมูลโดยไม่ต้องถาม เช่น ดูจากบุคลิกภาพของคุณแล้วคุณน่าจะเป็นพี่คนโตนะ คู่สนทนาก็จะพูดในสิ่งที่ถูกต้องมาเช่น ไม่ใช่หรอกฉันเป็น น้องสาวคนสุดท้อง
การเลือกที่นั่งในการพูดคุย
ในการพูดคุยให้เลือกที่นั่งเยื้องกับอีกฝ่ายจะทำให้รู้สึก ไม่ระแวดระวัง และรู้สึกเป็นมิตรมากกว่าแบบอื่น ๆ
เคล็ดลับ การคุยเรื่องสัพเพเหระที่ช่วยทลายเกราะป้องกันใจ
การคุยเรื่องสัพเพเหระการสื่อสารแบบไม่ใช้ถ้อยคำเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
การที่เรามีความกังวลที่จะเลือกเรื่องในการพูดคุยนั้นเป็นปัญหาที่สำคัญที่สุดของการพูดคุยเรื่องสัพเพเหระและเราก็แค่พูด ออกไป แค่เท่านั้น ส่วนที่จะกำหนดการประสบความสำเร็จคือ เรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก ตามกฎของเมราเบียนอยู่แล้ว
การคุยเรื่องสัพเพเหระ เป็นฝ่ายที่เริ่มคุยก่อน
ซึ่งการฝึกเป็นฝ่ายที่เริ่มคุยก่อนจะ สามารถฝึกให้เราเป็นคนที่ คุยเรื่องสัพเพเหระเก่ง
การคุยเรื่องสัพเพเหระ คุยแค่ผิวเผิน
การคุยเรื่องสัพเพเหระ เป็นการคุยเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่ความเล็กๆน้อยๆนั้นสิ่งสำคัญคือต้องคุยแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ห้ามคุยเรื่องที่มีสาระ หรือเรื่องจริงจัง ซึ่งการพูดคุยเรื่องเล็กๆน้อยๆ จะลดความยากในการคุยเรื่องสัพเพเหระ ให้มากที่สุด ด้วยการคุยเรื่องเล็กน้อยนั้นแหละ
หลุมพรางของการแลกเปลี่ยนข้อมูลก็คือถ้าเราพูดข้อมูลที่มีสาระ ก็จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเราสุดยอดไปเลย ซึ่งจะทำให้ระยะห่างทางใจก็จะห่างออกไป
เทคนิคการคุยเรื่องเล็กน้อยที่ทำให้คนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกรู้สึกชอบ
การคุยเรื่องสัพเพเหระต้องสนุกสนานและไม่พูดมากเกินไป เวลาในการ พูดคุย เราไม่ควรพูดต่อเนื่องฝ่ายเดียวเกิน หนึ่ง นาที ซึ่งการพูดคุยต้อง รับส่งบทสนทนาให้เข้าขากันหรือจังหวะให้ตรงกัน และต้องจบประโยคให้ชัดเจน อย่าให้มีคำเหล่านี้เช่น เพราะอย่างนั้นก็เลย.. เเล้วก็…
กุญแจสำคัญในการทลายก็ป้องกันใจ
คำชมกึ่งแซวจะทำให้เราเพิ่มความสนิทสนมกับอีกฝ่าย
การสร้างความสัมพันธ์ที่ช่วยทลายเกราะป้องกันใจ
การประจบ อย่างมีศิลปะ การประจบเราควรประจบทุกคนเท่าเทียมกัน การประจบบางคน จะทำให้รู้สึกแย่ สิ่งหนึ่งที่เราควรทำก็คือเมื่อเราอยู่กับ คนที่อาวุโสกว่า เราควรที่จะทำตัวสบายๆ ถ้าอยู่กับคนที่อ่อนกว่าเราควรใช้คำที่สุภาพ หรือทำตัวสบายกับคนที่เหนือกว่าทำตัวสุภาพกับคนที่ด้อยกว่า
การใช้ความเงียบ ให้เป็นประโยชน์
ในการพูดคุยกันเราควรทิ้งจังหวะให้อีกฝ่ายคิด ให้เพียงพอ ซึ่ง จะดีกว่าถ้าเกิดว่า เราบอกอีกฝ่ายให้ทำอย่างโน้นอย่างนี้สิ จะเป็นการเพิ่มระยะห่างทางใจ
เคล็ดลับที่ทำให้ฝ่ายลดกำแพงใจลงอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเจอกันเป็นครั้งที่ 2 ให้เราทำตัวสนิทสนมให้มากกว่าช่วงเวลาสุดท้ายของการพบกันครั้งแรก ไม่ทำตัวห่างเหินราวกับเป็นคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกเด็ดขาด
การจดบันทึกจะเป็นการช่วย สร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลใด ซึ่ง 1 วันเราเจอคนมากมายเราจะไม่สามารถจำคนเหล่านั้นได้ ดังนั้นการจดชื่อและประวัติสั้น ๆ หรือวันเกิดลงในสมุดก็ถือเป็นเรื่องที่ดี ในการเจอกันครั้งต่อไปเราจะได้มีเรื่องในการพูดคุยกับ คนที่เราเคยเจอ
เคล็ดลับการหายใจที่ถูกต้อง
แน่นอนครับในการที่เราจะพูด ต่อหน้าสาธารณชนคนเยอะๆเราอาจจะตื่นเต้น ดังนั้นการฝึกหายใจ ให้รู้สึกเราไม่ตื่นเต้นก็จะช่วยให้เราสามารถพูดได้เต็มเสียงเต็มคำพูด และลดความประหม่าของเราได้
10 กับดักที่ทำให้คนผิดใจ
ความสกปรก ยกตนข่มท่าน ไม่รู้จักอ่อนข้อ ชอบสั่งสอน ไม่ฟังคำแนะนำ ช่างปฏิเสธ อารัมบทยืดเยื้อ เว้นระยะห่างทางไกลมากเกินไป ยิ้มไม่เป็นธรรมชาติ พูดเสียงค่อย
เทคนิคการชักใยให้อีกฝ่ายทำตามที่เราต้องการ
ทฤษฎี Priming Effect
การพยายามให้อีกฝ่ายเกิดจินตนาการอย่างสมจริง ซ้ำไปซ้ำมาจะส่งผลให้เขาได้รู้สึก ผิดปกติหากสิ่งนั้นไม่เกิดขึ้นจริง เขาจะหาเหตุผล ในการทำให้จินตนาการเป็นจริงขึ้นมา
ทฤษฎี สองกระแทกสุดยอด
สองกระแทก จะเป็นการที่เรา ออกแรงในการเข็นรถ 1 ครั้ง รถก็จะมีแรงต้านขึ้นมา หากจะวิ่งต่อได้นิดนึง แต่ถ้าเราออกแรง เข้าไปอีกเพิ่มเติมเป็นครั้งที่ 2 รถก็จะวิ่ง ต่อได้เร็วกว่าเดิม ในการใช้งานก็คือถ้าเราขอร้องใครให้ช่วยอะไรให้อ้างเหตุผลขึ้นมา ก็แค่นั้นเองครับ
การใช้ คำเกริ่นนำก็เพิ่มโอกาสความสำเร็จ ตัวอย่างเช่น เพราะฉะนั้นก็เลย ไหน ๆ แล้วก็ เป็นโอกาสดีเลย คำเหล่านี้จะช่วยให้เรา จูงใจผู้อื่นได้
ทฤษฎี Run Force
เป็นเทคนิคในการปิดทางเลือกเอาไว้ก่อน ถ้าเราเสนออะไรไป แน่นอนครับเขาจะมีเหตุผลในการปฏิเสธเราก็ควรชิงพูดในเหตุผลที่เขาจะพูดก่อน ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี
ทฤษฎี Jungle Cruise
เป็นเทคนิคในการแสดงความรู้สึกให้ตรงกับอีกฝ่ายตัวอย่างเช่น ถ้าเราพาผู้หญิงไปออกเดต ในร้านแห่ง หนึ่ง เราต้องแสดงออก ให้เป็นความรู้สึกเดียวกันกับผู้หญิงเหมือนเราไปครั้งแรกเหมือนกับผู้หญิง ทั้งที่เราอาจจะเป็นลูกค้าประจำก็ตาม ต้องแสดงออกให้เหมือนเราไปร้านนั้นครั้งแรก
ข้าวหม้อเดียวกัน
เทคนิคง่าย ๆ เลยครับก็คือการกินข้าวหม้อเดียวกันกับอีกฝ่าย แต่จะทำให้ เขารู้สึกว่า เราคือพวกพ้อง ตัวอย่างก็คือ หม้อชาบูหม้อเดียวกัน
ไม่ใช่การขายแต่เป็นการเลือก
การเลือกคนที่เหมาะสมก็เป็น การเพิ่มโอกาสในความสำเร็จ ก็เหมือนกันเลือกคนให้ตรงกับงานที่ชอบ งานก็จะประสบความสำเร็จ
กิจวัตรที่ช่วยให้เกิดประโยชน์
การซื้อของฝากให้เป็นนิสัย ยิ่งเรามอบของขวัญให้มากเท่าไหร่ระดับความชอบก็ยิ่งเพิ่มขึ้น การมอบของขวัญให้ผู้อื่นเราควรพูดไปก่อนว่า วันก่อนไป….. เลยซื้อมาฝาก จะทำให้รับโดยไม่ตะขิดตะขวงใจ หรือเป็นการมอบของขวัญ ในวันเกิด ก็เป็นเรื่องที่ดี อาจจะใช้แอพพลิเคชั่นในการส่งของขวัญก็ได้
การขัดเกลาตัวเอง
วิธีที่ดีที่สุดในการขัดเกลาตัวเองก็คือ การมีเป้าหมายที่ชัดเจนและมุ่งมั่นไปสู่เป้าหมายนั้น ซึ่งเมื่อเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนและพยายามไปสู่เป้าหมายนั้น ผู้คนก็จะเห็นความพยายามของเรา ช่วยสนับสนุนเรา จะทำให้เราเป็นคนที่มีเสน่มากยิ่งขึ้นด้วย
เกราะป้องกันใจ
เกราะป้องกันใจเป็นเหมือนตัวป้องกันไม่ให้บุคคลเปิดใจ สำหรับเปิดรับเรื่องใหม่ๆหรือรับใครที่เป็นคนแปลกหน้าเข้ามาในชีวิต ดังนั้นถ้าเราทลายก็ป้องกันใจของแต่ละบุคคลใดเราจะสามารถเข้าไปอยู่ในใจเขาได้ ถ้าเราต้องการ ทำสิ่งที่ท้าทายใหม่ๆ แต่ว่า ก็ป้องกันใจยังทำงานอยู่เราจะไม่สามารถเปิดรับสิ่งใหม่เข้ามาได้ และจะขังเราไว้ไม่ให้ก้าวออกไป
ดังนั้นถ้าเกิดเราสามารถทำลายเกาะป้องกันใจของคนอื่นได้เราจะสามารถเข้าไป ควบคุมหรือ ชักจูงคนอื่นได้เหมือนกัน
2 เทคนิคสำคัญในการสนทนาเพื่อทลายเกราะป้องกันใจ
เทคนิคที่ หนึ่ง กฎเมราเบียน คือเทคนิคในการสื่อสารที่ ถูกกำหนดโดย ความประทับใจจาก ต้องเห็นด้วยตา 55% จากการฟัง 18% ถ้อยคำ 7% ตามลำดับ และเป็นที่มาของคำว่า คนเราตัดสินกันที่ภายนอก
เทคนิคที่ สอง ลำดับความสำคัญของข้อมูล ซึ่งกำหนดไว้ดังนี้ 1. ใครเป็นคนพูด ถัดมาคือพูดเพื่ออะไร พูดอย่างไรและพูดอะไรตามลำดับ จะเห็นได้ว่า ใครเป็นคนพูดเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุด เหมือนกับสิ่งที่เรียกว่าถ้ามองเขา มีข้อดี ด้านอื่น ๆ ของเขาก็จะดีไปด้วย
ทลาย เกราะป้องกันใจด้วยการสร้างความประทับใจแรกพบ
ความปลอดภัย เราจะเปิดใจให้กับ คนที่ทำให้ตัวเองรู้สึก ปลอดภัย เหมือนกับ สัญชาตญาณของมนุษย์ถูกตั้งโปรแกรมมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์จนถึงเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก ซึ่งจะเห็นได้ว่านักกีฬาที่มีกล้ามโต เป็นที่ชื่นชอบมากกว่าคนหัวดีที่มีรูปร่างผอมแห้ง
2 เทคนิคในการทลายเกราะป้องกันใจตั้งแต่แรกพบ.
เทคนิคที่ หนึ่ง การรักษาจังหวะให้เข้ากับอีกฝ่าย ซึ่งเป็นการปรับความเร็วในการพูดให้เขากับอีกฝ่าย และต้องปรับจังหวะการพูดตอบให้ตรงกัน
เทคนิคที่ สอง ชิงเป็นฝ่ายแสดงความกังวลออกไปก่อน ซึ่งเป็นเหมือนการแสดงความกังวล ให้อีกฝ่ายรู้ก่อน หรือเรารู้ว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอย่างไรให้เราแสดงความกังวล ของมาก่อน จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเราคือพวกเดียวกัน
สิ่งที่คนเกลียดมากที่สุด
กลิ่นเหม็นคือตราบาป เมื่อเราต้องการพูดคุยกับ คนอื่นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ กลิ่นปาก ของเรา ถ้าเกิดว่าเรามีกลิ่นปากก็จะเป็น เหตุทำให้ คนที่เราพูดด้วยสร้างเกาะป้องกันใจ ดังนั้นเราต้องรู้จักหมั่นดูแลรักษาช่องปากหรือพบ ทันตแพทย์อยู่เป็นประจำ
สิ่งที่เรียกกลับมาไม่ได้ในการพบกันครั้งแรก
ในการพบกันครั้งแรก เราต้องสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่พบเจอถ้าเกิดว่าเราทำในสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ ก็จะทำให้ครั้งต่อไป มีปัญหา หรือไม่ราบรื่น พูดอย่างนึงก็คือ การเรียกชื่อให้สนิทสนม หรือ การแสดงความรู้สึกแบบเดียวกันกับ ผู้ที่เราพบเจอ เช่นการไปกินข้าวในร้านอาหาร เราควรแสดงความรู้สึกออกมาให้ ผู้ที่ไปด้วยเห็นว่าเรา มีความรู้สึกแบบเดียวกับเขา
วิธีสร้างความเข้าใจผิดให้อีกฝ่ายคิดว่าสนิทสนมกัน
เทคนิคที่ หนึ่ง ก็คือการเรียกชื่อเล่นนั่นแหละครับก็เพื่อให้อีกฝ่าย รู้สึกว่าเราสนิทสนม การสนิทสนมกันนั่นทำให้เจ้าตัว เข้าใจผิดว่า ตัวเองสนิทกับคน ๆ นี้ซึ่งเมื่อสนิทกันแล้ว เขาก็จะตอบแทนด้วยการเปิดเผยตนเอง เป็นหลักการตอบแทนซึ่งกันและกัน
การใช้คำเกริ่นนำให้เป็น เช่น ที่จริงมันเป็นความลับนะ ฟังแล้วอย่าบอกใครนะ เพราะเป็น………ถึงเล่าให้ฟังนะ และในการพูดคุยเราควรแสดงถึงเรื่องน่าอายนิดหน่อย เพราะว่า คนเรามักจะเกลียดคนที่สมบูรณ์แบบ หรือคนที่เนี้ยบ
การจงใจพูดผิดก็เป็นเทคนิค หนึ่ง ที่จะให้อีกฝ่าย พูดในสิ่งที่เป็นข้อมูลโดยไม่ต้องถาม เช่น ดูจากบุคลิกภาพของคุณแล้วคุณน่าจะเป็นพี่คนโตนะ คู่สนทนาก็จะพูดในสิ่งที่ถูกต้องมาเช่น ไม่ใช่หรอกฉันเป็น น้องสาวคนสุดท้อง
การเลือกที่นั่งในการพูดคุย
ในการพูดคุยให้เลือกที่นั่งเยื้องกับอีกฝ่ายจะทำให้รู้สึก ไม่ระแวดระวัง และรู้สึกเป็นมิตรมากกว่าแบบอื่น ๆ
เคล็ดลับ การคุยเรื่องสัพเพเหระที่ช่วยทลายเกราะป้องกันใจ
การคุยเรื่องสัพเพเหระการสื่อสารแบบไม่ใช้ถ้อยคำเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
การที่เรามีความกังวลที่จะเลือกเรื่องในการพูดคุยนั้นเป็นปัญหาที่สำคัญที่สุดของการพูดคุยเรื่องสัพเพเหระและเราก็แค่พูด ออกไป แค่เท่านั้น ส่วนที่จะกำหนดการประสบความสำเร็จคือ เรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก ตามกฎของเมราเบียนอยู่แล้ว
การคุยเรื่องสัพเพเหระ เป็นฝ่ายที่เริ่มคุยก่อน
ซึ่งการฝึกเป็นฝ่ายที่เริ่มคุยก่อนจะ สามารถฝึกให้เราเป็นคนที่ คุยเรื่องสัพเพเหระเก่ง
การคุยเรื่องสัพเพเหระ คุยแค่ผิวเผิน
การคุยเรื่องสัพเพเหระ เป็นการคุยเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่ความเล็กๆน้อยๆนั้นสิ่งสำคัญคือต้องคุยแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ห้ามคุยเรื่องที่มีสาระ หรือเรื่องจริงจัง ซึ่งการพูดคุยเรื่องเล็กๆน้อยๆ จะลดความยากในการคุยเรื่องสัพเพเหระ ให้มากที่สุด ด้วยการคุยเรื่องเล็กน้อยนั้นแหละ
หลุมพรางของการแลกเปลี่ยนข้อมูลก็คือถ้าเราพูดข้อมูลที่มีสาระ ก็จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเราสุดยอดไปเลย ซึ่งจะทำให้ระยะห่างทางใจก็จะห่างออกไป
เทคนิคการคุยเรื่องเล็กน้อยที่ทำให้คนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกรู้สึกชอบ
การคุยเรื่องสัพเพเหระต้องสนุกสนานและไม่พูดมากเกินไป เวลาในการ พูดคุย เราไม่ควรพูดต่อเนื่องฝ่ายเดียวเกิน หนึ่ง นาที ซึ่งการพูดคุยต้อง รับส่งบทสนทนาให้เข้าขากันหรือจังหวะให้ตรงกัน และต้องจบประโยคให้ชัดเจน อย่าให้มีคำเหล่านี้เช่น เพราะอย่างนั้นก็เลย.. เเล้วก็…
กุญแจสำคัญในการทลายก็ป้องกันใจ
คำชมกึ่งแซวจะทำให้เราเพิ่มความสนิทสนมกับอีกฝ่าย
การสร้างความสัมพันธ์ที่ช่วยทลายเกราะป้องกันใจ
การประจบ อย่างมีศิลปะ การประจบเราควรประจบทุกคนเท่าเทียมกัน การประจบบางคน จะทำให้รู้สึกแย่ สิ่งหนึ่งที่เราควรทำก็คือเมื่อเราอยู่กับ คนที่อาวุโสกว่า เราควรที่จะทำตัวสบายๆ ถ้าอยู่กับคนที่อ่อนกว่าเราควรใช้คำที่สุภาพ หรือทำตัวสบายกับคนที่เหนือกว่าทำตัวสุภาพกับคนที่ด้อยกว่า
การใช้ความเงียบ ให้เป็นประโยชน์
ในการพูดคุยกันเราควรทิ้งจังหวะให้อีกฝ่ายคิด ให้เพียงพอ ซึ่ง จะดีกว่าถ้าเกิดว่า เราบอกอีกฝ่ายให้ทำอย่างโน้นอย่างนี้สิ จะเป็นการเพิ่มระยะห่างทางใจ
เคล็ดลับที่ทำให้ฝ่ายลดกำแพงใจลงอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเจอกันเป็นครั้งที่ 2 ให้เราทำตัวสนิทสนมให้มากกว่าช่วงเวลาสุดท้ายของการพบกันครั้งแรก ไม่ทำตัวห่างเหินราวกับเป็นคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกเด็ดขาด
การจดบันทึกจะเป็นการช่วย สร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลใด ซึ่ง 1 วันเราเจอคนมากมายเราจะไม่สามารถจำคนเหล่านั้นได้ ดังนั้นการจดชื่อและประวัติสั้น ๆ หรือวันเกิดลงในสมุดก็ถือเป็นเรื่องที่ดี ในการเจอกันครั้งต่อไปเราจะได้มีเรื่องในการพูดคุยกับ คนที่เราเคยเจอ
เคล็ดลับการหายใจที่ถูกต้อง
แน่นอนครับในการที่เราจะพูด ต่อหน้าสาธารณชนคนเยอะๆเราอาจจะตื่นเต้น ดังนั้นการฝึกหายใจ ให้รู้สึกเราไม่ตื่นเต้นก็จะช่วยให้เราสามารถพูดได้เต็มเสียงเต็มคำพูด และลดความประหม่าของเราได้
10 กับดักที่ทำให้คนผิดใจ
ความสกปรก ยกตนข่มท่าน ไม่รู้จักอ่อนข้อ ชอบสั่งสอน ไม่ฟังคำแนะนำ ช่างปฏิเสธ อารัมบทยืดเยื้อ เว้นระยะห่างทางไกลมากเกินไป ยิ้มไม่เป็นธรรมชาติ พูดเสียงค่อย
เทคนิคการชักใยให้อีกฝ่ายทำตามที่เราต้องการ
ทฤษฎี Priming Effect
การพยายามให้อีกฝ่ายเกิดจินตนาการอย่างสมจริง ซ้ำไปซ้ำมาจะส่งผลให้เขาได้รู้สึก ผิดปกติหากสิ่งนั้นไม่เกิดขึ้นจริง เขาจะหาเหตุผล ในการทำให้จินตนาการเป็นจริงขึ้นมา
ทฤษฎี สองกระแทกสุดยอด
สองกระแทก จะเป็นการที่เรา ออกแรงในการเข็นรถ 1 ครั้ง รถก็จะมีแรงต้านขึ้นมา หากจะวิ่งต่อได้นิดนึง แต่ถ้าเราออกแรง เข้าไปอีกเพิ่มเติมเป็นครั้งที่ 2 รถก็จะวิ่ง ต่อได้เร็วกว่าเดิม ในการใช้งานก็คือถ้าเราขอร้องใครให้ช่วยอะไรให้อ้างเหตุผลขึ้นมา ก็แค่นั้นเองครับ
การใช้ คำเกริ่นนำก็เพิ่มโอกาสความสำเร็จ ตัวอย่างเช่น เพราะฉะนั้นก็เลย ไหน ๆ แล้วก็ เป็นโอกาสดีเลย คำเหล่านี้จะช่วยให้เรา จูงใจผู้อื่นได้
ทฤษฎี Run Force
เป็นเทคนิคในการปิดทางเลือกเอาไว้ก่อน ถ้าเราเสนออะไรไป แน่นอนครับเขาจะมีเหตุผลในการปฏิเสธเราก็ควรชิงพูดในเหตุผลที่เขาจะพูดก่อน ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี
ทฤษฎี Jungle Cruise
เป็นเทคนิคในการแสดงความรู้สึกให้ตรงกับอีกฝ่ายตัวอย่างเช่น ถ้าเราพาผู้หญิงไปออกเดต ในร้านแห่ง หนึ่ง เราต้องแสดงออก ให้เป็นความรู้สึกเดียวกันกับผู้หญิงเหมือนเราไปครั้งแรกเหมือนกับผู้หญิง ทั้งที่เราอาจจะเป็นลูกค้าประจำก็ตาม ต้องแสดงออกให้เหมือนเราไปร้านนั้นครั้งแรก
ข้าวหม้อเดียวกัน
เทคนิคง่าย ๆ เลยครับก็คือการกินข้าวหม้อเดียวกันกับอีกฝ่าย แต่จะทำให้ เขารู้สึกว่า เราคือพวกพ้อง ตัวอย่างก็คือ หม้อชาบูหม้อเดียวกัน
ไม่ใช่การขายแต่เป็นการเลือก
การเลือกคนที่เหมาะสมก็เป็น การเพิ่มโอกาสในความสำเร็จ ก็เหมือนกันเลือกคนให้ตรงกับงานที่ชอบ งานก็จะประสบความสำเร็จ
กิจวัตรที่ช่วยให้เกิดประโยชน์
การซื้อของฝากให้เป็นนิสัย ยิ่งเรามอบของขวัญให้มากเท่าไหร่ระดับความชอบก็ยิ่งเพิ่มขึ้น การมอบของขวัญให้ผู้อื่นเราควรพูดไปก่อนว่า วันก่อนไป….. เลยซื้อมาฝาก จะทำให้รับโดยไม่ตะขิดตะขวงใจ หรือเป็นการมอบของขวัญ ในวันเกิด ก็เป็นเรื่องที่ดี อาจจะใช้แอพพลิเคชั่นในการส่งของขวัญก็ได้
การขัดเกลาตัวเอง
วิธีที่ดีที่สุดในการขัดเกลาตัวเองก็คือ การมีเป้าหมายที่ชัดเจนและมุ่งมั่นไปสู่เป้าหมายนั้น ซึ่งเมื่อเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนและพยายามไปสู่เป้าหมายนั้น ผู้คนก็จะเห็นความพยายามของเรา ช่วยสนับสนุนเรา จะทำให้เราเป็นคนที่มีเสน่มากยิ่งขึ้นด้วย
Teacher Nu