ยุคโบราณ นกพิราบ, คนส่งสาร, ควันไฟ
ค.ศ.1835 เซมัวล์ มอร์ส ประดิษฐ์รหัสมอร์สเพื่อใช้ส่งอักขระภาษาอังกฤษไปตามสายสัญญาณ
ค.ศ.1876 อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบล และโทมัส เอ วัตสัน ประดิษฐ์โทรศัพท์
ค.ศ.1888 มีการค้นพบคลื่นวิทยุ
ค.ศ.1958 สหรัฐอเมริกาส่งดาวเทียมเพื่อการสื่อสารขึ้นสู่อวกาศเป็นครั้งแรก
ค.ศ.1965 มีการพัฒนาอีเมล
ค.ศ.1967 สหรัฐอเมริกา พัฒนาเครือข่ายอาร์พาเน็ต เพื่อเชื่อมโยมคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของอินเตอร์เน็ต
ค.ศ.1973 เทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ระยะใกล้ เช่น Ethernet
ค.ศ.1979 โทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 1 โดยประเทศญี่ปุ่นสื่อสารผ่านคลื่นวิทยุด้วยระบบอะนาล็อก
ค.ศ.1987 Wi-Fi
ค.ศ.1990 โทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 2 โดยประเทศฟินแลนด์สื่อสารผ่านคลื่นวิทยุด้วยระบบดิจิทัล สามารถส่งข้อความตัวอักษรได้
ค.ศ.1994 World Wide Web (www.) ถือกำเนิดขึ้นโดยทิม เบอร์เนอร์ส ลี
ค.ศ.1997 มีโปรแกรมแชทที่สามารถส่งรูปภาพ และวิดีโอได้
ค.ศ.2001 โทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 โดยประเทศญี่ปุ่นสื่อสารกันแบบเห็นหน้าได้ ส่งข้อมูลภาพ เสียง เล่นเกมออนไลน์ได้
ค.ศ.2004 ถือกำเนิด Facebook โดย มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก
ค.ศ.2005 ถือกำเนิด Youtube โดยแซด เฮอร์ลีย์, สตีฟ เซน และยาวีด คาริม
ค.ศ.2006 ถือกำเนิด Twitter โดยบริษัทออปเวียส สหรัฐอเมริกา
ค.ศ.2009 โทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 4 โดยประเทศสวีเดนและนอร์เวย์
ปัจจุบัน โทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 5
การสื่อสารข้อมูลมีองค์ประกอบ 5 อย่าง (ดังรูป) ได้แก่
1. ผู้ส่ง (Sender) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการส่งข่าวสาร (Message) เป็นต้นทางของการสื่อสารข้อมูลมีหน้าที่เตรียมสร้างข้อมูล เช่น ผู้พูด โทรทัศน์ กล้องวิดีโอ เป็นต้น
2. ผู้รับ (Receiver) เป็นปลายทางการสื่อสาร มีหน้าที่รับข้อมูลที่ส่งมาให้ เช่น ผู้ฟัง เครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องพิมพ์ เป็นต้น
3. สื่อกลาง (Medium) หรือตัวกลาง เป็นเส้นทางการสื่อสารเพื่อนำข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทาง สื่อส่งข้อมูลอาจเป็นสายคู่บิดเกลียว สายโคแอกเชียล สายใยแก้วนำแสง หรือคลื่นที่ส่งผ่านทางอากาศ เช่น เลเซอร์ คลื่นไมโครเวฟ คลื่นวิทยุภาคพื้นดิน หรือคลื่นวิทยุผ่านดาวเทียม
4. ข้อมูลข่าวสาร (Message) คือสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งผ่านไปในระบบสื่อสาร ซึ่งอาจถูกเรียกว่า สารสนเทศ (Information) โดยแบ่งเป็น 5รูปแบบ ดังนี้
4.1 ข้อความ (Text) ใช้แทนตัวอักขระต่าง ๆ ซึ่งจะแทนด้วยรหัสต่าง ๆ เช่น รหัสแอสกี เป็นต้น
4.2 ตัวเลข (Number) ใช้แทนตัวเลขต่าง ๆ ซึ่งตัวเลขไม่ได้ถูกแทนด้วยรหัสแอสกีแต่จะถูกแปลงเป็นเลขฐานสองโดยตรง
4.3 รูปภาพ (Images) ข้อมูลของรูปภาพจะแทนด้วยจุดสีเรียงกันไปตามขนาดของรูปภาพ
4.4 เสียง (Audio) ข้อมูลเสียงจะแตกต่างจากข้อความ ตัวเลข และรูปภาพเพราะข้อมูลเสียงจะเป็นสัญญาณต่อเนื่องกันไป
4.5 วิดีโอ (Video) ใช้แสดงภาพเคลื่อนไหว ซึ่งเกิดจากการรวมกันของรูปภาพหลาย ๆ รูป
5. โปรโตคอล (Protocol) คือ วิธีการหรือกฎระเบียบที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลเพื่อให้ผู้รับและผู้ส่งสามารถเข้าใจกันหรือคุยกันรู้เรื่อง โดยทั้งสองฝั่งทั้งผู้รับและผู้ส่งได้ตกลงกันไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว ในคอมพิวเตอร์โปรโตคอลอยู่ในส่วนของซอฟต์แวร์ที่มีหน้าที่ทำให้การดำเนินงาน ในการสื่อสารข้อมูลเป็นไปตามโปรแกรมที่กำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น X.25, SDLC, HDLC, และ TCP/IP เป็นต้น
ตัวอย่างการติดต่อสื่อสาร
ค.ศ.1835 เซมัวล์ มอร์ส ประดิษฐ์รหัสมอร์สเพื่อใช้ส่งอักขระภาษาอังกฤษไปตามสายสัญญาณ
ค.ศ.1876 อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบล และโทมัส เอ วัตสัน ประดิษฐ์โทรศัพท์
ค.ศ.1888 มีการค้นพบคลื่นวิทยุ
ค.ศ.1958 สหรัฐอเมริกาส่งดาวเทียมเพื่อการสื่อสารขึ้นสู่อวกาศเป็นครั้งแรก
ค.ศ.1965 มีการพัฒนาอีเมล
ค.ศ.1967 สหรัฐอเมริกา พัฒนาเครือข่ายอาร์พาเน็ต เพื่อเชื่อมโยมคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของอินเตอร์เน็ต
ค.ศ.1973 เทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ระยะใกล้ เช่น Ethernet
ค.ศ.1979 โทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 1 โดยประเทศญี่ปุ่นสื่อสารผ่านคลื่นวิทยุด้วยระบบอะนาล็อก
ค.ศ.1987 Wi-Fi
ค.ศ.1990 โทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 2 โดยประเทศฟินแลนด์สื่อสารผ่านคลื่นวิทยุด้วยระบบดิจิทัล สามารถส่งข้อความตัวอักษรได้
ค.ศ.1994 World Wide Web (www.) ถือกำเนิดขึ้นโดยทิม เบอร์เนอร์ส ลี
ค.ศ.1997 มีโปรแกรมแชทที่สามารถส่งรูปภาพ และวิดีโอได้
ค.ศ.2001 โทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 โดยประเทศญี่ปุ่นสื่อสารกันแบบเห็นหน้าได้ ส่งข้อมูลภาพ เสียง เล่นเกมออนไลน์ได้
ค.ศ.2004 ถือกำเนิด Facebook โดย มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก
ค.ศ.2005 ถือกำเนิด Youtube โดยแซด เฮอร์ลีย์, สตีฟ เซน และยาวีด คาริม
ค.ศ.2006 ถือกำเนิด Twitter โดยบริษัทออปเวียส สหรัฐอเมริกา
ค.ศ.2009 โทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 4 โดยประเทศสวีเดนและนอร์เวย์
ปัจจุบัน โทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 5
Teacher Nu